กลับหน้าหลัก

DOCUMENTATION · V1

แหล่งข้อมูลและวิธีการวิเคราะห์

ข้อมูลมาจากไหน และ Flood Intelligence นำมาประเมินสถานการณ์อย่างไร

ข้อมูลต้นทางอาจมีความล่าช้าและความแตกต่างระหว่างสถานี โปรดตรวจสอบเวลาข้อมูลล่าสุดก่อนใช้ประกอบการตัดสินใจ

Flood Intelligence คืออะไร

Flood Intelligence เป็นระบบที่รวบรวมข้อมูลสถานการณ์น้ำจากแหล่งข้อมูลต้นทาง แล้วนำมาประมวลผล วิเคราะห์แนวโน้ม ประเมินระดับความเสี่ยง และแสดงผลบนเว็บ เพื่อช่วยให้ติดตามสถานการณ์น้ำได้ง่ายขึ้น

ระบบไม่ได้สร้างค่าระดับน้ำหรือปริมาณฝนขึ้นเอง ค่าที่แสดงมาจากข้อมูลที่หน่วยงานส่งเข้าสู่แหล่งต้นทาง และจากการคำนวณตามสูตรที่กำหนดไว้บนเซิร์ฟเวอร์

เวอร์ชันที่ใช้งานสาธารณะขณะนี้ (V1) ครอบคลุมเครือข่ายเฝ้าระวังแม่น้ำเจ้าพระยา 5 จุดสถานี ไม่ใช่ระบบครอบคลุมทั้งประเทศ

แหล่งข้อมูล

V1 ดึงข้อมูลผ่าน ThaiWater API สาธารณะ

https://api-v3.thaiwater.net/

ข้อมูลระดับน้ำที่ใช้จริง

ชื่อลุ่มน้ำและแม่น้ำมีใน payload ของ ThaiWater แต่ V1 จับคู่สถานีผ่าน Basin Profile ของเจ้าพระยาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่ได้อ่านรายชื่อลุ่มน้ำทั้งประเทศมาแสดงบนแผนที่

ข้อมูลฝนที่ใช้จริง

ยังไม่มีฝนพยากรณ์ (forecast rainfall) ใน V1

หน่วยงานที่ปรากฏในระบบ

ระบบนำข้อมูลมาประมวลผลอย่างไร

ลำดับงานบนเซิร์ฟเวอร์ตาม implementation ปัจจุบัน:

  1. แหล่งข้อมูลThaiWater waterlevel / rain_24h
  2. ตรวจสอบและอ่านสถานีจับคู่รหัสสถานีกับ Network
  3. Basin / Networkเจ้าพระยา 5 จุด
  4. เก็บ Snapshotobservations / history
  5. วิเคราะห์แนวโน้มระดับน้ำปัจจุบันเทียบค่าก่อนหน้า
  6. ปัจจัยประกอบflow · ฝน · upstream
  7. Forecast+6 / +12 / +24 ชม.
  8. Riskเทียบตลิ่งและ situation
  9. แสดงผลแผนที่และแดชบอร์ด

การคำนวณทั้งหมดทำบนเซิร์ฟเวอร์ เบราว์เซอร์แสดงผลจากข้อมูลที่ส่งมาเท่านั้น

ระดับน้ำและแนวโน้ม

ระบบไม่ได้ดูเฉพาะค่าระดับน้ำล่าสุด แต่ใช้ waterlevel_msl เทียบกับ waterlevel_msl_previous จากแหล่งต้นทาง

ในการคาดการณ์ ผลต่างระดับน้ำนี้ถูกนำไปขยายตามช่วงเวลาพยากรณ์ และลดน้ำหนักเมื่อขอบฟ้ายาวขึ้น (ใช้ฟังก์ชันลดทอนตามชั่วโมง) ตามน้ำหนักโมเดลส่วน “แนวโน้ม”

สถานีต้นน้ำ

V1 จัดสถานีเป็นลำดับเส้นเดียวบนแม่น้ำเจ้าพระยา:

  1. C.2 นครสวรรค์ (ต้นน้ำของเครือข่ายนี้)
  2. C.13 ชัยนาท
  3. CPY011 อยุธยา (flow อ้างอิง C.35 เมื่อมี)
  4. CPY014 ปากเกร็ด
  5. CPY015 กรุงเทพฯ

สถานีก่อนหน้าในลำดับถือเป็นต้นน้ำของสถานีถัดไป และมี เวลาเดินทางคงที่ (fixed travel time) ที่กำหนดใน Basin Profile เช่น ช่วงชัยนาท→อยุธยาประมาณ 28 ชม.

ยังไม่ใช่ hydrological routing เต็มรูปแบบ ไม่ได้จำลองมวลน้ำตามภูมิประเทศหรือแยกเส้นทางน้ำจริง เป็น heuristic ตามลำดับสถานีและเวลาเดินทางที่ตั้งไว้

Flow (อัตราการไหล)

ระบบอ่านค่า discharge จาก ThaiWater เมื่อมีในข้อมูลสถานี

ถ้าไม่มีข้อมูล ระบบไม่สร้างค่า Flow ขึ้นเอง และแสดงเป็นไม่มีข้อมูลตามต้นทาง

ฝน

ปัจจุบันใช้เฉพาะฝนสะสม 24 ชั่วโมงจาก rain_24h

ไม่มีฝนพยากรณ์ใน V1 — งานขยายทั้งประเทศและชุดข้อมูลประวัติศาสตร์อยู่ใน Phase ถัดไป

Forecast (+6 / +12 / +24 ชม.)

การคาดการณ์ระดับน้ำเป็น แบบจำลองเชิงน้ำหนักบนเซิร์ฟเวอร์ ไม่ใช่โมเดลเรียนรู้เชิงลึก และไม่ใช่ระบบ AI ในความหมายของ machine learning ที่ฝึกจากข้อมูลขนาดใหญ่

องค์ประกอบที่ใช้จริงในโค้ด:

ผลรวมขององค์ประกอบข้างต้นถูกนำไปบวกกับระดับน้ำปัจจุบัน แล้วจำกัดไม่ให้ผลลัพธ์ห่างจากระดับปัจจุบันและตลิ่งเกินขอบเขตที่กำหนดในโค้ด

Forecast ถูกสร้างจากข้อมูลที่มี ณ เวลา T และระบบบันทึก input_snapshot ไว้ใน predictions เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าตอนทายระบบเห็นค่าอะไร

ช่วง +3 ชม. / 2 วัน / 3 วัน / 7 วัน ถูกปิดในหน้าจอเพราะยังไม่พร้อมตามการตั้งค่าปัจจุบัน ส่วน +6 / +12 / +24 ชม. เปิดใช้งาน

การตรวจสอบ Forecast

ระบบเก็บบันทึกพยากรณ์ใน predictions.json และเมื่อถึงเวลาเป้าจะเทียบกับระดับน้ำจริงใน comparisons.json

ผลการทดสอบภายในของ V1 พบว่าความคลาดเคลื่อนแตกต่างกันตามสถานี ต้นน้ำ–อยุธยาค่อนข้างใกล้ค่าจริงมากกว่า ในขณะที่ปลายน้ำโดยเฉพาะกรุงเทพฯ มีข้อจำกัดจากอิทธิพลน้ำขึ้นลงที่โมเดลปัจจุบันยังจับได้ไม่ดี

หน้านี้ไม่ได้นำตัวเลข MAE มาเป็นสโลแกนความแม่นยำของระบบทั้งหมด

ความสดของข้อมูล

แต่ละสถานีอาจอัปเดตไม่พร้อมกัน ระบบแสดงเวลาจาก waterlevel_datetime ของสถานี (เช่น “ข้อมูลสถานีล่าสุด …”)

ข้อความ Updated HH:MM บนแถบด้านบนหมายถึงเวลาที่หน้าเว็บสร้าง/รีเฟรชสถานะ ไม่ใช่เวลาที่สถานีวัดน้ำ

หากข้อมูลสถานีเก่าเกินเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ระบบจะสลับสถานะเป็น DELAYED

ข้อจำกัดของข้อมูลและแบบจำลอง

การใช้ข้อมูลอย่างรับผิดชอบ

Flood Intelligence เป็นระบบช่วยติดตามและประเมินสถานการณ์จากข้อมูลและแบบจำลองที่มีอยู่ ไม่ใช่หน่วยงานประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการ

เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ให้ตรวจสอบประกาศจากหน่วยงานราชการและหน่วยงานท้องถิ่นร่วมด้วยเสมอ

ผลลัพธ์อาจคลาดเคลื่อน และไม่ควรใช้แทนประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานรัฐ

กลับสู่แผนที่ความเสี่ยง